วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2563

บ้านกปิตถัย

 

บ้านกปิตถัย

#บ้านกปิตถัย ก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2475 
ผู้สร้างชื่อนายมนัส กปิตถัย กับนางคำสุข กปิตถัย ( เจริญมิตร )
นายมนัส กปิตถัย เป็นบุตรของ พันตำรวจโท ขุนเทเพนทร์ กปิตถัย ( นายเสน่ห์ กปิตถัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรมณฑลชุมพร-พายัพ บุตรของนายหมิ่ว กังทั่ย )
" กปิตถัย " นามสกุลที่มาจากราชทินนาม ในคราว 4 สิงหาคม 2485 สมัยนายหลวงรัชกาลที่ 6 และได้รับพระราชทานศักดินาทรัพย์สินที่นาจำนวน 80 ไร่ และนายมนัส กปิตถัย ร่วมเป็นผู้สร้างวัดน้ำล้อม ด้วยในเวลาต่อมา

นางคำสุข กปิตถัย ( เจริญมิตร ) ( เป็นบุตรของจองตะก่าปงยะ เจริญมิตร 
เกิด 1 เมษายน 2419 ถึงแก่กรรม 3 กุมภาพันธุ์ 2444 เป็นชาวพม่า ) 
มีพี่น้องด้วยกันดังนี้
1.นางคำสุข กปิตถัย ( เจริญมิตร )
2.นายนิทัศน์ เจริญมิตร
3.นายนิคม เจริญมิตร
4.นางบัวเพชร เจริญมิตร
5.นางรัตนา เจริญมิตร

นายมนัส กปิตถัย เกิดเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2452 
ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2494 สิริอายุได้ 42 ปี
นางคำสุข กปิตถัย ( เจริญมิตร ) เกิดเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2453 
ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2547 สิริอายุได้ 94 ปี
นายมนัส กปิตถัย กับนางคำสุข กปิตถัย (เจริญมิตร) มีบุตรและธิดา 5 คน ได้แก่
1.นางมนิต ศิลาเจริญ ( กปิตถัย ) จบป.โท ม.เกษตรศาสตร์ 
สมรสกับนายอักษร ศิลาเจริญ
2.ทันตแพทย์หญิง มนูญ โพธิปักษ์ ( กปิตถัย ) 
สมรสกับ นายสัตวแพทย์ประสิทธิ์ โพธิปักษ์
3.ร้อยตรีมาณพ กปิตถัย อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ( ปี 2538-2539 ) จบคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สมรสกับ นางสมพร นันทขว้าง
4.คุณป้าสุรินีย์ กปิตถัย จบคณะเศรษฐศาสตร์ บริหารธุรกิจ ม.เกษตรศาสตร์ 
เมื่อปี 2507 ( ปัจจุบันเป็นเจ้าของและผู้ดูแลบ้านกปิตถัยหลังนี้ )
5.นางสุนันทา พูนบุญ ( กปิตถัย ) จบที่อินเดีย 
สมรสกับนายสัตวแพทย์ปรีชา พูนบุญ

#เรามาดูกันว่าบ้านกปิตถัย มีอะไรกันบ้าง
บ้านกปิตถัย ลักษณะอาคารเป็นอาคารพักอาศัยไม้ชั้นเดียวใต้ถุนสูง หลังคาปั้นหยาและหลังคามุข 8 เหลี่ยมยื่นออกมาด้านหน้า 4 มุข มุงด้วยกระเบื้องซิเมนต์
ชั้นใต้ถุน ฐานรากและเสาเป็นโครงสร้าง ค.ส.ล. เสาทรงกลมชักร่องแนวตั้งตกแต่งคอหัวเสา พร้อมตกแต่งโคนฐานเสาด้านล่าง แต่เดิมชั้นล่างเป็นที่ผูกเลี้ยงช้างอยู่ใต้ถุนบ้าน ปัจจุบันเทพื้น ค.ส.ล.เป็นที่นั่งเล่นพักผ่อน มีการกั้นผนังเป็นห้องนอนมีห้องน้ำในตัว 1 ห้อง กั้นห้องด้านหลังบ้านเป็นห้องเก็บของ 1 ห้องและห้องเก็บของเปิดโล่งด้านหลัง 1 ห้อง หลังบ้านมีห้องน้ำ-ส้วม สำหรับแขกและคนงาน 1 ห้อง

#ชั้น2 มีบันไดไม้ขึ้นหน้าบ้าน 1 ชุด ด้านข้างซ้ายมืออีก 1 ชุด แต่เดิมเป็นบันไดไม้ ชานพักไม้ ปัจจุบันส่วนล่างและชานพักทำเป็น ค.ส.ล.ผิวหินขัด และมีบันไดไม้ของเดิมขึ้นไปชั้นบน เป็นแม่บันไดไม้ ลูกบันไดไม้และขั้นบันไดไม้ ราวบันไดซี่ไม้ตีโปร่งเสากลึงไม้ มีชานพักไม้หน้าบันได 3 ด้านก่อนเข้าตัวบ้าน พื้นระเบียงเหนือบันได มีลูกกรงราวบันไดกันตกไม้ซี่ตีโปร่ง 3 ด้าน คลุุมห้องบันได โครงสร้างชั้น 2 คานไม้ ( มีไม้แผ่นตกแต่งปิดหัวคานไม้เพื่อความสวยงามของบ้าน ) ตงไม้และพื้นปูด้วยไม้ ผนังด้านหน้าส่วนล่าง เป็นหน้าต่างฝาไหลไม้ ภายนอกตกแต่งด้วยไม้ลูกกลึงกลม ส่วนกลางเป็นหน้าต่างบานเกล็ดไม้บานกระทุ้งด้านบนลูกฟักไม้ทึบ เหนือหน้าต่างมีช่องลมเกล็ดไม้ระบายอากาศ 7 ช่องทั้งซ้ายและขวา ผนังด้านข้างซ้ายมือเป็นไม้โครงเคร่าไม้ มีหน้าต่างบานเปิดคู่ลูกฟักไม้ มีช่องแสงติดกระจกสี ผนังห้องนอนภายใน มีหน้าต่างบานเปิดลูกฟักไม้คู่เปิดออกสู่บริเวณช่องบันไดทางขึ้น 1 ชุด ฝ้าเพดานไม้ มีประตูไม้เปิดคู่ลูกฟักไม้ทึบ ไม่มีช่องแสงก่อนเข้าสู่ตัวบ้าน 1 ชุด
ภายในจะเป็นห้องรับแขก มีชุดรับแขกไม้แกะสลัก 1 ชุด บริเวณมุขด้านหน้า 4 มุขยื่น ผนังด้านหน้าส่วนล่างเป็นหน้าต่างฝาไหลไม้ ภายนอกตกแต่งด้วยไม้ลูกกลึงกลม ส่วนกลางเป็นหน้าต่างบานเกล็ดไม้บานกระทุ้งด้านบนลูกฟักไม้ทึบ เหนือหน้าต่างมีช่องแสงติดกระจกสี เหนือขึ้นไปมีช่องลมเกล็ดไม้ระบายอากาศจนถึงใต้ชายคา ฝ้าเพดานภายนอกชายคาเป็นไม้ ด้านขวามือเป็นห้องพระ มีประตูบานเปิดคู่ลูกฟักไม้ทึบ มีช่องแสงระบายอากาศไม้ฉลุลวดลายก้านขด 1 ชุด มีหน้าต่างด้านข้างไม้เปิดคู่ลูกฟักไม้ทึบ มีช่องแสงติดกระจกสี 1 ชุด ผนังด้านหน้าส่วนล่างเป็นหน้าต่างฝาไหลไม้ ภายนอกตกแต่งด้วยไม้ลูกกลึงกลม ส่วนกลางเป็นหน้าต่างบานเกล็ดไม้บานกระทุ้ง ด้านบนลูกฟักไม้ทึบ เหนือหน้าต่างมีช่องแสงติดกระจกสี เหนือขึ้นไปมีช่องลมเกล็ดไม้ระบายอากาศจนถึงใต้ชายคา มีหิ้งพระตู้แขวนเหนือหน้าต่างภายใน ห้องพระมีตู้โชว์โบราณและโต๊ะหมู่บูชา ผนังเป็นไม้ ฝ้าเพดานกรุด้วยไม้ มีหน้าต่างห้องนอนเปิดออกมาสู่ห้องพระ 1 ชุด ผนังห้องพระประดับตกแต่งด้วยภาพของเจ้าของบ้านและเครือญาติ ถัดจากห้องรับแขกจะเป็นห้องโถงทางเดินโล่ง มีประตูไม้บานเฟี้ยมลูกฟักไม้ทึบเหนือประตูมีช่องลมไม้ซี่ตีโปร่งระบายอากาศก่อนเข้าห้อง 2 ชุดและออกสู่ชานพื้นไม้ด้านหลัง 2 ชุด ปีกซ้ายและปีกขวาจะเป็นห้องนอนด้านละ 1 ห้องมีห้องน้ำ-ส้วมในตัว ห้องนอนมีประตูบานเปิดคู่ลูกฟักไม้ทึบมีช่องแสงฉลุไม้สลักลวดลายก้านขด ห้องละ 3 ประตู มีช่องระบายอากาศซี่ไม้โปร่งห่าง ห้องนอนฝั่งซ้ายมือมีหน้าต่างบานเปิดคู่มีช่องแสงติดกระจกสี 3 ชุด ห้องนอนฝั่งขวามือมี 1 ชุดแต่มีหน้าต่างทรงสูงจดพื้น 2 ชุด ฝ้าเพดานเป็นไม้ หลังเรือนจะเป็นชานไม้โครงสร้างไม้ มีห้องครัวไฟแยกส่วนออกไปจากตัวเรือนหลังใหญ่ มีประตูเข้าห้องครัวไฟ 3 ช่องประตู มีหน้าต่างบานเปิดคู่ไม้บานทึบ 2 ชุด ฝ้าเพดานเป็นแผงไม้ไผ่สาน ชานไม้ภายนอก มีบันไดลงด้านข้างหลังเรือน 1 บันได มีประตูไม้ปิด-เปิด ก่อนลงบันได ผนังชานเป็นไม้ซี่โปร่งกั้นด้านล่างทึบ ถัดจากประตูบันไดเป็นซุ้มหม้อน้ำดื่ม ถัดไปเป็นห้องน้ำ-ส้วม ต่อเติมทำขึ้นใหม่ ด้านขวามือถัดจากเรือนหลังใหญ่ เป็นห้องอาหาร มีโต๊ะและเก้าอี้รับประทานอาหาร 1 ชุด และห้องนอนคนใช้ 1 ห้อง ต่อเติมขึ้นมาใหม่

#หลังคาเรือนใหญ่ โครงสร้างเป็นไม้ หลังคาปั้นหยาและมีหลังคาปั้นหยามุข 8 เหลี่ยมยื่นออกมาด้านหน้า 4 มุข มุงด้วยกระเบื้องซิเมนต์ มีหลังคาเพิงลาดเอียงลงด้านหน้าและด้านหลัง ใต้หลังคาปั้นหยาอีกชั้นหนึ่ง ห้องครัวไฟ หลังคาจั่ว หลังคาห้องนอนคนใช้ หลังคาจั่ว ต่อเติมใหม่ หลังคาเพิงคลุมซุ้มหม้อน้ำและห้องน้ำ ทำขึ้นใหม่ ชานไม้บางส่วนไม่มีหลังคาคลุม

#พื้นที่ภายนอกอาคาร รั้วด้านหน้าเป็นโครงสร้างเสาและคานคอดิน ค.ส.ล. ส่วนบนเป็นผนังไม้แป้นและไม้สลับซี่เว้นห่าง โครงเคร่าไม้ ประตูบ้านเป็นประตูเหล็กดัดโปร่ง มีประตูบานเปิดเล็กเหล็กดัด มีซุ้มโค้งด้านข้าง 1 ชุด ผนังรั้วซุ้มโค้งอีกด้านติดป้ายชื่อแผ่นหินอ่อนสลักตัวอักษรลึกลงทอง 1 ป้าย ชื่อว่า บ้านกปิตถัย หน้าบ้านปลูกต้นดอกเข็มโบราณสูงใหญ่ ปลูกพร้อมสร้างบ้านอยู่ 3 ต้น โดยรอบพื้นที่ ปลูกไม้ยืนต้น ไม้พุ่มคลุมดิน ด้านซ้ายมือจะมีโรงจอดรถยนต์ 1 หลัง ถัดไปเป็นอาคารพักอาศัยชั้นเดียว 1 หลัง ถัดไปจะมีบ่อน้ำโบราณ 1 บ่อ สร้างเมือวันที่ 1 มีนาคม 2483 มีหลังคาคลุม ด้านหลังมีหลองข้าวชั้นเดียวใต้ถุนสูงอยู่ 1 หลัง มีบันไดไม้ขึ้นหลองข้าว ราวระเบียงไม้ซี่โปร่งห่างทรงขนมเปียกปูน หลองข้าวมีประตูบานเปิดไม้ทึบ 2 ประตู บานแรกเปิดเก็บข้าวเหนียว บานที่ 2 เปิดเก็บข้าวจ้าว หลองข้าวมีห้องนอนอยู่ด้วย 1 ห้อง มีประตูบานเปิดไม้ทึบ มีหน้าต่างแบบฝาไหลไม้ ใช้เป็นที่พักคนงานเฝ้าหลองข้าวและเฝ้าบ้าน

ตั้งอยู่เลขที่ 67 ตรอกข้างวัดน้ำล้อม ต.สวนดอก อ.เมือง จ.ลำปาง

#นับว่าบ้านกปิตถัยหลังนี้ เป็นบ้านที่ควรอนุรักษ์เก็บรักษา มีตำนานเล่าขานของเมืองลำปาง เก็บไว้ให้ลูกหลานได้ศึกษาสืบต่อไป

#ขอขอบพระคุณ คุณป้าสุรินีย์ กปิตถัย ที่เปิดบ้านให้เข้าไปถ่ายภาพและซักถามประวัติข้อมูลของบ้านด้วยครับ









































ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น